ข่าว 24 ชม.

ข่าวดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน “ชะพลู” สุดยอดสมุนไพรไทย พิชิตเบาหวาน



ชะพลู (ช้าพลู) สุดยอดสมุนไพรไทย พิชิตเบาหวาน


ข่าวดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เพราะตอนนี้สมุนไพรไทยหาง่ายอย่าง ชะพลู หรือ ช้าพลู นั้นมีงานวิจัยยืนยันแล้วว่าเหมาะสำหรับคุณ
เนื่องจากมีสารแอนติออกซิแดนต์ แคลเซียม วิตามินเอและซีในปริมาณที่สูงมาก ที่สำคัญคือ ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ดีเลยทีเดียว
โดยตำรับยาพื้นบ้านแก้เบาหวานนั้น แค่เตรียม ช้าพลูทั้งห้า (ทั้งต้นจนถึงราก) 1 กำมือนำมาต้มกับน้ำ 3 ขันยกขึ้นตั้งเตาเคี่ยวจนเหลือ 1 ขันรับประทานครั้งละครึ่งแก้วกาแฟก่อนอาหาร 3 มื้อ
เพียงเท่านี้ก็สามารถลดระดับน้ำตาลได้ไม่ยาก

แหล่งข้อมูล…โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ข่าวดีสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน “ชะพลู” สุดยอดสมุนไพรไทย พิชิตเบาหวาน

รู้หรือไม่ !! “โด่ไม่รู้ล้ม” ใบ ราก ต้น มีสรรพคุณรักษา ทั้ง ท้องร่วง โรคผิวหนัง แก้ปวดฟัน และอีกสารพัด !!!



โด่ไม่รู้ล้ม (Prickly Leaved Elephant’s Foot) เป็นพืชสมุนไพรจำพวกหญ้า ที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ภาคเหนือเรียก หนาดผา, หญ้าสามสิบสองหาบ หรือหญ้าไก่นกคุ้ม ส่วนภาคใต้เรียก หญ้าปราบ ชัยภูมิเรียก คิงไฟนกคุ้ม สุราษฎร์ธานีเรียก หนาดมีแคลน ชาวกะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอนเรียก ตะชีโกวะ ชาวกะเหรี่ยงเรียก นกคุ้มหนาดผา หรือหญ้าไฟ ส่วนชาวจีนแต้จิ๋วเรียก โช่วตี่ต้า และชาวจีนกลางเรียก ขู่ตี่ต่าน เป็นต้น โดยลักษณะพิเศษตามชื่อของต้นโด่ไม่รู้ล้มนี้คือ เมื่อถูกเหยียบหรือถูกทับแล้วจะสามารถดีดตัวขึ้นมาใหม่ได้ตลอด เรียกว่าสมชื่อโด่ไม่รู้ล้มจริงๆ ซึ่งสามารถขยายพันธุ์ได้โดยการใช้เมล็ด ชอบขึ้นตามป่าโปร่ง, ป่าดิบ, ป่าเต็งรัง, ป่าสนเขา หรือดินทราย เรียกได้ว่าแทบทุกภาคในประเทศไทยเลยทีเดียว รวมทั้งประเทศในเขตร้อนด้วย 
ประโยชน์และสรรพคุณของโด่ไม่รู้ล้ม
ใบ – ช่วยแก้อาการจากโรคผิวหนัง และรักษาบาดแผล ให้รสกร่อยขื่น
ราก, ใบ – ช่วยแก้อาการท้องร่วง ช่วยขับปัสสาวะ แก้โรคแผลในกระเพาะอาหาร รวมทั้งแก้โรคบิด และแก้กามโรคในผู้หญิง ใช้ต้มอาบหลังคลอด ให้รสกร่อยขื่น
ราก – ช่วยแก้อาเจียน แก้ปวดฟัน ใช้ต้มเอาน้ำอมแก้อาการปวดฟัน และต้มดื่มแก้อาเจียน ให้รสกร่อยขื่น
ทั้งต้น – ช่วยบำรุงความกำหนัด แก้วัณโรค แก้ปัสสาวะพิการ รวมทั้งแก้ไอ แก้ไข้ ช่วยขับน้ำเหลืองเสียออกจากร่างกาย แก้อักเสบ ตลอดจนแก้ดีซ่าน แก้โรคบิด ช่วยขับนิ่ว แก้อาการเหน็บชา แก้กามโรคในผู้หญิง และช่วยบำรุงหัวใจ ให้รสกร่อยขื่น
นอกจากนี้พืชสมุนไพรอย่างโด่ไม่รู้ล้มนั้นยังนิยมนำมาปลูกเป็นไม้ประดับในบ้านเพื่อความสวยงามอีกด้วย เพราะมีความเชื่อกันว่าหากปลูกต้นโด่ไม่รู้ล้มนี้ไว้ในบ้านแล้วจะช่วยป้องกันพวกเสนียดจัญไรต่างๆ ไม่ให้มากล้ำกรายได้ แต่มีข้อควรระวังคือไม่ควรใช้กับสตรีที่กำลังตั้งครรภ์อยู่

รู้หรือไม่ !! “โด่ไม่รู้ล้ม” ใบ ราก ต้น มีสรรพคุณรักษา ทั้ง ท้องร่วง โรคผิวหนัง แก้ปวดฟัน และอีกสารพัด !!!

คำสอนและคาถาของ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ….สาธุ…!!!!



หลายคนจะรู้จักชื่อเสียงของหลวงพ่อคูณผ่านวัตถุมงคลต่างๆ แต่บางคนอาจจะยังไม่ทราบว่าท่านนี้เป็นพระที่เผยแพร่คำสอนเอาไว้มากมาย และแต่คำสอนก็เป็นสิ่งที่ลึกซึ้งกินใจ สะท้อนให้เรามีสติ จนได้ฉายาว่า “ปราชญ์แห่งที่ราบสูง”

“อนิจจัง ไม่เที่ยง
ทุกขัง เป็นความทุกข์
อนัตตา ไม่ใช่ของเรา ไม่ใช่ของเขา สักแต่ว่าเป็นรูป เป็นนาม จึงมิใช่ของเราและของเขา”
และท่านจึงให้แนวทางพิจารณา 5 ประการ คือ
พิจารณาว่า ความเกิดเป็นเรื่องธรรมดา หาล่วงความเกิดนี้ได้
พิจารณาว่า ความแก่เป็นเรื่องธรรมดา หาล่วงความแก่นี้ได้
พิจารณาว่า ความเจ็บเป็นเรื่องธรรมดา หาล่วงความเจ็บนี้ได้
พิจารณาว่า ความตายเป็นเรื่องธรรมดา หาล่วงความตายนี้ได้
พิจารณาว่า เรามีกรรมเป็นเรื่องธรรมดา เรามีกรรมเป็นของตนเอง เรากระทำความดี จักได้ดี เรากระทำความชั่ว จักได้ชั่ว

“คนเรา เมื่อมีเมตตาให้กับผู้อื่น ผู้อื่นเขาก็จะ ให้ความเมตตาตอบสนองต่อเรา ถ้าเราโกรธเขา เขาก็จะโกรธเราตอบเช่นกัน ความเมตตานี่แหละ คืออาวุธ ที่จะปกป้องตัวเราเอง ให้ไปได้ตลอดรอดฝั่ง เป็นอาวุธที่ใคร ๆ จะนำเอาไปใช้ก็ได้ จัดว่าเป็นของดีนักแล”

นอกจากนี้แล้ว ยังมีพระคาถาที่หลายคนนำไปท่องแล้วเกิดปาฏิหาริย์กับตัวเอง อย่างเช่นคาถาแคล้วคลาด หรือคาถาเรียนเงิน ถือว่าเป็นคาถายอดฮิตของเหล่าลูกศิษย์เลยก็ว่าได้
คาถาแคล้วคลาด ของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ
ตั้งนะโมฯ สามจบ น้อมจิตถึงคุณพระรัตนตรัย ครูบาอาจารย์
พุทธัง นพไกรเข้ามาอยู่ในตัวกู ให้แคล้วคลาดศัตรู วินาสสันติ
ธัมมัง นพไกรเข้ามาอยู่ในตัวกู ให้แคล้วคลาดศัตรู วินาสสันติ
สังฆัง นพไกรเข้ามาอยู่ในตัวกู ให้แคล้วคลาดศัตรู วินาสสันติ
คาถาเรียกเงิน (ของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ)
พุทธังโหม ธัมมังโหม สังฆังล้อม อันตะรายาวินาศสันติ
(ภาวนาทุกวันดีนักแล)
อย่างไรก็ตาม แม้ท่านจะมรณภาพไปแต่สิ่งที่ท่านทิ้งไว้ ไม่ว่าจะเป็นคำสอน หรือวัตถุมงคลต่างๆ แต่ท่านก็ได้เตือนและคอยบอกกับเหล่าลูกศิษย์เสมอว่า
“หากห้อยวัตถุมงคลของท่านเต็มคอ แต่ใจไม่เป็นธรรม หากห้องวัตถุมงคลของท่านเต็มคอ แต่ไม่เคยกราบพ่อกราบแม่ ไม่เคยกราบพระสงฆ์องค์เจ้า พระที่คอก็ช่วยไม่ได้”

ขอบคุณข้อมูลจาก : Fanpage มงคลวัตถุวัดวีระโชติธรรมาราม

คำสอนและคาถาของ หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ….สาธุ…!!!!

เตือน !! จอดรถที่ไหน ระวังไว้นะ สำรวจให้ทั่วเสียก่อน !! เดี๋ยวอาจเจอแบบนี้



ต้องระวังกันอีกแล้วสำหรับผู้ใช้รถยนต์ ล่าสุดมีการเผยวิธีการโจรกรรมรถอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นกว่าวิธีการในอดีตที่ผ่านมา
โดยวิธีดังกล่าวก็คือ มีการมีการใช้เหรียญมาหนีบไว้ที่ประตูรถบริเวณด้านคนนั่ง หลังจากที่หนีบไว้เรียบร้อยแล้ว โจรก็จะรอจังหวะให้คุณจอดรถอีกครั้ง ซึ่งพวกมันก็จะตามคุณไปเรื่อยๆ เมื่อคุณจอดรถ ประตูฝั่งที่หนีบเหรียญไว้จะไม่สามารถล็อคได้ แม้จะมีระบบเซ็นทรัลล็อคก็ตาม และเมื่อคุณออกจากรถไป โจรก็จะถือโอกาสนี้ขโมยรถของคุณทันที
ถือว่าค่อนข้างน่ากลัว และยากที่จะคาดเดาจริงๆ สำหรับวิธีการต่างๆ ที่เหล่าโจรคิดค้นกันขึ้นมา เพื่อที่จะทำการโจรกรรมรถยนต์คันแล้วคันเล่า อย่างไรก็ตามต้องฝากเตือนผู้ใช้รถทุกท่านให้ระมัดระวังและใช้การสังเกตให้มากกว่าเดิมซักนิดนึง รับรองถ้าท่านเป็นคนหูตาไว จะปลอดภัยจากสิ่งเหล่านี้อย่างแน่นอน

เตือน !! จอดรถที่ไหน ระวังไว้นะ สำรวจให้ทั่วเสียก่อน !! เดี๋ยวอาจเจอแบบนี้

โป๊ะแตก!!! หมดปัญหากลิ่นตัวแรง ด้วยวิธีหลืกเลี่ยงอาหาร 6 ขนิดนี้ บอกเลยว่าปังมาก



วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆสำหรับคนที่มีกลิ่นตัวแรง  มาดูวิธีป้องกัน กันเลยจ้า
1. เนื้อแดง ในปี 2006 นักวิจัยจากสาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) ได้เก็บตัวอย่างเหงื่อจากคนที่ทานเนื้อสัตว์และคนทานมังสวิรัติ พบว่ากลิ่นเหงื่อของคนที่ทานอาหารที่ประกอบจากเนื้อสัตว์แรงกว่าคนทานมังสวิรัติหลายเท่าตัว และกลิ่นตัวจะยิ่งแรงมากขึ้นตามชนิดของเนื้อสัตว์ที่เราทานเข้าไปอีกด้วย
2. กระเทียม เครื่องเทศที่มักเป็นส่วนประกอบของอาหารเกือบทุกชนิด ซึ่งนอกจากจะทำให้คนที่ทานกระเทียมมีกลิ่นตัวแรงแล้วนั้น กลิ่นปากยังแรงมากอีกด้วย เนื่องจากว่าในเนื้อกระเทียมมีสารเคมีที่ชื่อว่า อัลลิอิน (Alliin) อยู่ในปริมาณมาก เมื่อกระเทียมถูกตัดหรือทำให้เกิดรอยช้ำ สารเคมีกับเอนไซม์ในกลีบกระเทียมจะทำปฏิกิริยาเปลี่ยนสารอัลลิอินให้กลายเป็นสารอัลลิซิน4 ซึ่งก่อให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวนั่นเอง
นอกจากกระเทียมจะทำให้มีกลิ่นตัวเหม็นแล้วนั้น กระเทียมยังส่งผลต่อเพศหญิงมากอีกด้วย เนื่องจากถ้าทานกระเทียมในปริมาณที่มากจนเกินไป จะทำให้ร่างกายเกิดความร้อน จนซูบผอม บางคนอาจมีอาการวิตก ชอบหงุดหงิดง่าย และยังทำให้ร่างกายเสียเหงื่ออย่างรุนแรง จนกระทั่งส่งผมเสียต่อม้าม,ตับอ่อน และไต เป็นต้น
3. หน่อไม้ฝรั่ง อีกหนึ่งสาเหตุกลิ่นตัวแรงที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน โดยเฉพาะปัสสาวะของคนที่เพิ่งทานอาหารที่ประกอบไปด้วยหน่อไม้ฝรั่งนั้นจะมีกลิ่นฉุนรุนแรงมากกว่าปกติ เนื่องจากว่าในหน่อไม้ฝรั่งมีสารประกอบกำมะถันเรียกว่า กรดแอสพารากูสิค ที่ค่อนข้างสูง ดังนั้นหลังจากที่ทานหน่อไม้ฝรั่งไปประมาณ 10 -15 นาที ก็จะยังทำให้ปัสสาวะมีกลิ่นรุนแรงอยู่นั่นเองค่ะ
4. ผักตระกูลกะหล่ำ เช่น บรอกโคลี กะหล่ำปลี และกะหล่ำดาว ผักที่อุดมไปด้วยกำมะถันหรือซัลเฟอร์ (Sulfur)ที่เป็นต้นเหตุของกลิ่นตัวอันรุนแรง รวมไปถึงกลิ่นผายลม ที่รับรองว่าเหม็นราวกับแก๊สไข่เน่า ดังนั้นถ้าไม่อยากมีกลิ่นตัวเหม็นแนะนำว่าควรเลี่ยงอาหารที่ประกอบจากผักเหล่านี้เป็นดีที่สุดค่ะ
5. เครื่องแกงกะหรี่ และ ยี่หร่า แน่นอนว่าคนที่หลงใหลในรสชาติอันแสนอร่อยของแกงกะหรี่ไก่อาจต้องยอมตัวเหม็นไปพักใหญ่ เพราะอาหารที่ประกอบไปด้วยเครื่องเทศเหล่านี้คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้กลิ่นตัวของคุณแรงเวอร์!! โดยเฉพาะกลิ่นน้ำมันหอมระเหยจากเครื่องแกง เช่น ใบยี่หร่า นั้นสามารถฝังอยู่ที่รูขุมขนของคุณ จนกระทั่งไปผสมกับเหงื่อจนกลายเป็นกลิ่นตัวที่อาจทำให้คนใกล้ตัวต้องเบือนหน้าหนีเลยทีเดียวค่ะ
6. หัวหอม เมื่อทานแล้วตัวอาจไม่หอมอย่างที่คุณหวัง เพราะในหัวหอมนั้นมีกำมะถันหรือซัลเฟอร์ (Sulfur) จำนวนมาก เมื่อทานอาหารที่มีส่วนประกอบของหัวหอมแล้วล่ะก็ น้ำมันในหัวหอมจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดภายหลังการย่อยในระบบย่อยอาหาร จากนั้นก็เข้าสู่ปอด และปลดปล่อยออกมาได้ทางลมหายใจ
ที่มา http://www.bedtaledidea.com/2015/04/6.html

โป๊ะแตก!!! หมดปัญหากลิ่นตัวแรง ด้วยวิธีหลืกเลี่ยงอาหาร 6 ขนิดนี้ บอกเลยว่าปังมาก

ปังมาก!!! ผมเสียเปลี่ยนเป็นผมสวยสุขภาพดีง่ายๆ ด้วย 10 วิธีง่าย แถมประหยัดเงินสุดๆ



วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆสำหรับคนที่อยากมีผมสวย  วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆมาฝากกันค่ะ  มาดูกันเลย

สูตรที่ 1 น้ำมันมะพร้าว + ไข่แดง

วิธีทำ : ใช้น้ำมันมะพร้าว 3 ช้อนโต๊ะตั้งไฟอ่อนพออุ่นๆ (ระวังไม่ให้ร้อนนะคะ) ผสมกับไข่แดง 1 ฟอง ตีให้เข้ากันจนเนื้อเนียนละเอียด จึงชโลมให้ทั่วศีรษะ นวดเบาๆ ให้ทั่วเส้นผมและศรีษะ แล้วใช้ผ้าขนหนูผืนเล็กคลุมผมไว้ประมาณ 1 ชม.ขึ้นไป แล้วจึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น และสระผมตามปกติ ผมจะนุ่มนวลมีน้ำหนักและจัดทรงง่าย

สูตรที่ 2 น้ำมันมะกอก

วิธีทำ : น้ำมันมะกอกอุ่นๆ 2-3 ช้อนโต๊ะ นำมานวดหนังศีรษะหวีและชโลมเส้นผมให้ทั่ว นวดเป็นวงกลมเล็กๆใช้ผ้าขนหนูพันศีรษะทิ้งไว้ 15 นาที สระด้วยแชมพูอ่อนๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นให้หมด จะช่วยบำรุงเส้นผมให้กลับมามีสภาพดีได้

สูตรที่ 3 น้ำมะนาว หรือ น้ำมะกรูด

วิธีทำ : คั้นน้ำมะนาว หรือ น้ำมะกรูดที่เผาไฟเรียบร้อยแล้วนำมานวดหนังศีรษะหลังสระผมด้วยแชมพูเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะช่วยขจัดรังแคอย่างได้ผล

สูตรที่ 4 ไข่ไก่ + นมเปรี้ยว

วิธีทำ : ใช้ไข่ไก่ 1 ฟอง ตีผสมกับนมเปรี้ยวครึ่งแก้วให้เข้ากัน ชโลมให้ทั่วหนังศีรษะบนผมที่ชุ่มเปียกด้วยน้ำอุ่นแล้ว นวดเบาๆ วนๆ เป็นวงกลม แล้วจึงใช้ผ้าขนหนูพันศีรษะทิ้งไว้ 30 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่นและสระผมตามปกติ

สูตรที่ 5 ว่านหางจระเข้

วิธีทำ : นำว่านหางจระเข้ปลอกเปลือก เอาแต่ส่วนที่เป็นวุ้นมาบดประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ขยี้วุ้นว่านหางจระเข้ทาให้ทั่วผมทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที ล้างออกให้สะอาด เป็นการช่วยบำรุงหนังศีรษะ ลดอาการคันได้ดี

สูตรที่ 6 ไข่แดง + น้ำมันงา + น้ำผึ้ง

วิธีทำ : ใช้ไข่แดง 2 ฟอง น้ำมันงา 5 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้ง 2 ช้อนชาผสมให้เข้ากันดี จึงชโลมครีมนี้ลงให้ทั่วศีรษะที่ล้างสะอาดแล้ว ห่อคลุมด้วยผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นบิดหมาดๆ หมักทิ้งไว้ 30 นาที แล้วจึงล้างด้วยน้ำอุ่นและสระผมตามปกติ จะช่วยให้ผมชุ่มชื้น ลดการแห้งเสียแตกปลาย

สูตรที่ 7 น้ำส้มสายชู + น้ำผึ้ง + น้ำมันมะกอก

วิธีทำ : นำน้ำส้มสายชู มาผสมกับน้ำผึ้ง และน้ำมันมะกอก คนส่วนผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาชโลมเส้นผมให้ทั่วศีรษะและคลุมด้วยหมวกคลุมอาบน้ำหรือผ้าขนหนู หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นและสระผมตามปกติ สูตรนี้จะช่วยฟื้นฟูผมแห้งเสียแตกปลายให้กลับมามีสุขภาพดีขึ้นได้

สูตรที่ 8 กล้วยหอม + โยเกิร์ตรสธรรมชาติ + น้ำมันมะกอก

วิธีทำ : กล้วยหอม 1 ผล โยเกิร์ตรสธรรมชาติครึ่งถ้วย น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา นำมาปั่นจนเข้ากันเป็นเนื้อเดียว ชโลมให้ทั่วเส้นผม คลุมด้วยหมวกคลุมอาบน้ำหมักทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาทีหรือนานตามต้องการ แล้วจึงล้างด้วยน้ำอุ่นและสระผมให้สะอาด สามารถใช้หวีซี่ห่างๆ หวีให้เศษเนื้อกล้วยออกให้หมด ช่วยให้ผมมีน้ำหนัก นุ่มขึ้น และหมดปัญหาเส้นผมชี้ฟู

สูตรที่ 9 มะนาว + ไข่ขาว

วิธีทำ : ใช้มะนาว 1 ลูก บีบเอาแต่น้ำ และไข่ขาว 2 ฟอง ผสมให้เข้ากันจนเป็นเนื้อเดียว นำมาชโลมให้ทั่วเส้นผมและหนังศีรษะและนวดเบาๆ ให้ทั่ว แล้วหมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที จึงล้างออกและสระผมตามปกติ จะช่วยลดปัญหาความมันของเส้นผมและหนังศีรษะให้น้อยลงได้

สูตรที่ 10 ไข่แดง+เบียร์

วิธีทำ : ใช้ไข่แดง 1 ฟอง และเบียร์ประมาณ 1/3 ของกระป๋อง (อาจเพิ่มหรือลดได้ตามสภาพเส้นผม) ผสมให้เข้ากันดี แล้วชโลมลงบนผมที่แห้งให้ทั่ว แล้วใส่หมวกอาบน้ำคลุมไว้ หมักทิ้งประมาณ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดและสระผมตามปกติ สูตรนี้จะทำให้ผมนุ่มลื่นและมีประกายเงางาม

ที่มา http://www.share-si.com/2016/03/10_27.html#

ปังมาก!!! ผมเสียเปลี่ยนเป็นผมสวยสุขภาพดีง่ายๆ ด้วย 10 วิธีง่าย แถมประหยัดเงินสุดๆ

จัดว่าเด็ด!!! ขอบอก !! “น้อยหน่า” ถึงแม้ชื่อจะดูน้อยนิด แต่สรรพคุณสุดยอด ตั้งแต่ใบ จด ราก



วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆสำหรับทุกคนที่จะบอกให้ทราบว่า หน่อยหน่ามีประโยชน์อะไรบ้าง
น้อยหน่า (Sugar Apple, Custard Apple, Sreet Sop) เป็นพืชผลไม้จำพวกต้น ที่มีชื่อเรียกตามท้องถิ่นต่างๆ เช่น ภาคอีสานเรียก หมากเขียบ ส่วนภาคเหนือเรียก มะนอแน่ หรือปัตตานีเรียก ลาหนัง และเขมรเรียก เตียบ เป็นต้น ซึ่งต้นน้อยหน่านั้นเป็นพืชผลไม้ที่เราคนไทยต่างรู้จักกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว โดยเป็นพืชที่มีแหล่งกำเนิดอยู่ในอเมริกากลางและใต้ อย่างได้ประเทศไทยเราก็พบน้อยหน่านี้ได้โดยเฉพาะในภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนือของไทย เป็นผลไม้ที่มีรสหวาน พร้อมเนื้อสีขาวและเมล็ดสีดำจำนวนมากภายใน แต่เนื่องจากเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์และมีรสชาติอร่อย จึงทำให้เป็นที่นิยมบริโภคของคนทั่วไป และปลูกกันมากเรียกว่าเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งเลยทีเดียว 
ประโยชน์และสรรพคุณของน้อยหน่า
ใบ – นำมาบดใช้พอกแก้อาการฟกช้ำบวม รวมทั้งแก้โรคกลากเกลื้อน ช่วยฆ่าพยาธิตามผิวหนัง หรือขับพยาธิ และช่วยฆ่าเชื้อโรคภายในร่างกาย ให้รสเฝื่อนเมา
เปลือกผลดิบ – นำมาฝนกับเหล้าเพื่อทาแผล และแก้อาการจากงูกัด ให้รสเฝื่อนเมา
เมล็ด – นำมาตำผสมกับน้ำมันมะพร้าวใช้ทาเพื่อฆ่าพยาธิผิวหนัง และฆ่าเหา หรือหิด ให้รสเมามัน
เปลือกต้น – ช่วยในการสมานบาดแผล ให้รสฝาดเฝื่อน
ราก – ช่วยในการระบายอุจจาระธาตุ ให้รสเฝื่อน

ที่มา http://www.naarn.com/5004/

จัดว่าเด็ด!!! ขอบอก !! “น้อยหน่า” ถึงแม้ชื่อจะดูน้อยนิด แต่สรรพคุณสุดยอด ตั้งแต่ใบ จด ราก

เกือบพลาดมาทั้งชีวิต!!! จะเกิดอะไรขึ้น เพียงแค่วางมะนาว 3 ลูกข้างเตียงก่อนนอนทุกวัน บอกเลยปังมาก



วันนี้เรามีสาระดีๆมาฝากกัน  มาดูพร้อมๆกันเลยจ้า
เชื่อหรือไม่ว่า มะนาว เป็นหนึ่งในส่วนผสมที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของเราและยังมีพลังงานบางอย่างที่ส่งเสริมการดำเนินชีวิตของเราได้อีกด้วย
เนื่องจากมะนาวสีเขียวที่มีกลิ่นหอม มันจึงสามารถนำไปว่างตามจุดต่างๆภายในบ้านของคุณจนกระทั่งมันกลายเป็นสีเหลืองจนถึงสีดำได้เลย นอกจากนี้ยังสามารถนำ ไปต้ม และใส่มะนาวลงไป 9 ลูกต่อตะกร้า 1 ใบ วางไว้บนตู้เย็นหรือโต๊ะกินข้าว วางมะนาว 8 ลูกในตำแหน่งตรงกลางบ้าน และวางในลิ้นชักเพื่อความมั่นคงในการทำงาน ทำให้มีกลิ่นมะนาวรอบบ้านเพื่อกำจัดพลังงานที่ไม่ดีออกไป วางมะนาว 3 ลูกในชาม ซึ่งวางไว้บนโต๊ะก่อนนอนทุกคืน เพื่อดึงดูดคนที่รักให้เข้ามาหา
แต่หากคุณไม่ต้อง การที่จะเอาพลังงานด้านที่ไม่ดีเข้ามาด้วย คุณจะต้องเพิ่มอะไรบางอย่าง โดยการตัดมะนาวเป็น 4 แฉก พร้อมกับแช่อยู่ในเกลือวางไว้ใต้เตียงของคุณทุกคืน
แต่ถ้าคุณไม่สามรถวางไว้ใต้เตียงของคุณได้ คุณอาจจะวางไว้ข้างผนัง ในทุกๆเช้าอย่าไปจับที่มะนาว ต้องจับที่ชามใส่มะนาวและนำไปทิ้งที่ถังขยะเป็นประจำทุกวัน โดยทำอย่างน้อย 3 วัน เพื่อให้คุณต้องการความรู้สึกที่ดีขึ้น
นอกจากนี้ คุณยังสามารถพกมะนาว 1 ลูกไว้ในกระเป๋าของคุณได้ด้วย เพื่อต้องทำให้แน่ใจว่าคุณจะอยู่กับมันตลอดทั้งวัน และจะต้องเปลี่ยนมะนาวทุกวัน เพียงเท่านี้ พลังงานไม่ดีหลายๆอย่างก็จะหายไปอย่างแน่นอน

ที่มา  http://www.share-si.com/2016/05/3_29.html#


เกือบพลาดมาทั้งชีวิต!!! จะเกิดอะไรขึ้น เพียงแค่วางมะนาว 3 ลูกข้างเตียงก่อนนอนทุกวัน บอกเลยปังมาก

เยี่ยมมาก!!! รวมวิธีกำจัดกลิ่นเหม็นในตู้เย็นแบบง่ายๆ แต่หายเหม็นชัวร์ แถมประหยัดด้วย



กำจัดกลิ่นเหม็นในตู้เย็น ด้วยตัวช่วยเหล่านี้! (เลือกใช้)

1. ถ่านหุงต้ม
เพียงแค่นำถ่านหุงต้ม จำนวน 3-4 ก้อน เลือกเอาแท่งใหญ่ๆ วางไว้ในตู้เย็น (อาจใส่ถ้วย หรือใช้ผ้าขาวบางหุ้มไว้ กันเปื้อน) ถ่านจะเริ่มดูดกลิ่นเหม็นจนหมดเกลี้ยง! เมื่อผ่านไปสัก 2-3 วัน ให้นำถ่านออกมาตากแดด เพื่อให้กลิ่นที่ติดอยู่ที่ถ่านระเหยออก แล้วนำกลับไปใช้ต่อได้

2. กากกาแฟ
ตักกากกาแฟใส่ถ้วย แล้ววางทิ้งไว้ในตู้เย็นเพื่อให้กากกาแฟจัดการกับกลิ่นไม่พึงประสงค์ เมื่อกลิ่นเหม็นหายไปหมดแล้ว ให้นำกากกาแฟออก เพราะกลิ่นของกากกาแฟ อาจจะไปติดที่อาหารอย่างอื่นในตู้เย็นแทน (เช่น น้ำแข็ง, ไอศกรีม)

* กากกาแฟ สามารถหาได้ตามร้านกาแฟสด เข้าไปซื้อกาแฟเค้าสักแก้ว แล้วลองขอเศษกากกาแฟจากเค้าสักหน่อย รับรองเค้าให้อยู่แล้วล่ะ

3. กากมะพร้าว
นำกากมะพร้าว ที่ได้จากการคั้นกะทิออกจนแห้งสนิทแล้ว ตักใส่ชาม แล้ววางทิ้งไว้ในตู้เย็น กากมะพร้าวจะดูดกลิ่นเหม็นจนหมดสิ้น! (หมั่นสังเกต หากกากมะพร้าวมีกลิ่น ให้เปลี่ยนกากมะพร้าวชุดใหม่ เพราะกลิ่นเหม็นจะถูกดูดมาอยู่ในกากมะพร้าวแทน)

* กากมะพร้าว สามารถหาได้จากการคั้นกะทิ ตอนคุณแม่ทำอาหาร อย่าลืมขอมาใช้ หรือจะลองไปขอจากร้านขายกะทิก็ได้

หากกลิ่นเหม็นยังไม่หาย อย่ามองข้ามสิ่งเหล่านี้!

1. ชิ้นส่วนภายในตู้เย็น
ถอดชิ้นส่วนต่างๆ ที่สามารถถอดได้ในตู้เย็น เช่น ชั้นวางของ ช่องวางไข่ เป็นต้น นำออกมาล้างทำความสะอาด ด้วยน้ำยาล้างจานอ่อนๆ เสร็จแล้วนำไปผึ่งให้แห้ง

2. ขอบยางตู้เย็น
อย่าลืมทำความสะอาดขอบยางของตู้เย็น! นำแปรงสีฟันเก่าที่ไม่ใช้แล้ว จุ่มน้ำยาล้างจานอ่อนๆ นำมาขัดทำความสะอาด แล้วล้างน้ำออก

3. ถาดรองน้ำหลังตู้เย็น
สังเกตที่ถาดรองน้ำบริเวณด้านหลังของตู้เย็น หากมีน้ำสะสมอยู่ ให้นำไปเททิ้งซะ! บางทีกลิ่นเหม็นอาจสะสมอยู่ที่น้ำตรงนี้ก็ได้!



ที่มา  http://www.rak-sukapap.com/2016/06/blog-post_2.html

เยี่ยมมาก!!! รวมวิธีกำจัดกลิ่นเหม็นในตู้เย็นแบบง่ายๆ แต่หายเหม็นชัวร์ แถมประหยัดด้วย

ที่ไหนมีขายแบบนี้!!! โอ้..เลิศค่า ส้มตำหาบเร่แค่การจัดร้านทำเอารู้ถึงความแซ่บ งานนี้รวยแน่!

น่าแซ่บจริงๆ นะเนี้ยน้ำลายไหลลลลลล

 ป้าในรูปคนนี้ขายอยู่ข้างบึงพลาญชัย จังหวัดร้อยเอ็ด ค่ะ ป้าแกตำอร่อย มีทุกตำ ซื้อกินประจำ พีคสุดคือวันนั้นไปซื้อ ตำกล้วยกับตำซั่ว ตอนนั้นหวยออกพอดี ปรากฎว่าแกถูกหวย พอแกตำเสร็จปุ้บ เราจ่ายเงิน แกบอกหนูเอาไข่นกกระทามา 2ถุง ป้าแถม 


อยากตำหยังสั่งยายได้จ้า..ตำกล้วย ส้มตำ ตำปูปลาร้า ตำไทย มีครบทุกเมนู ว่าแล้วก็แอดมินขอลางานหัวหน้าไปขอชิมส้มตำหาบเร่ของคุณยายดีกว่า ว่ามันจะแซ่บสมคำร่ำลือหรือไม่

ป้าจ๋าาาาา รอแอดมินด้วยยยย

ขอบคุณรูปภาพจาก : อีสาน100%

ที่ไหนมีขายแบบนี้!!! โอ้..เลิศค่า ส้มตำหาบเร่แค่การจัดร้านทำเอารู้ถึงความแซ่บ งานนี้รวยแน่!

 เห็นแล้วน้ำตาจะไหล..พ่อแม่ใส่รองเท้าคนละข้างเลี้ยงลูกจนโต ลูกใส่รองเทาหรูคู่ละ 1500 แต่กับเลี้ยงพ่อกับแม่ไม่ได้

นี่เป็นบทความที่สะท้อนชีวิตจริงในสังคมสมัยนี้ พ่อแม่นั้นอุส่าห์ตรากตรำ ทำนาหาเงินเพื่อส่งลูกเรียนหนังสือให้ลูกจบสูงๆ ความหวังคือไม่อยากให้ลูกลำบากเรียนจบมามีงานที่สบายๆ ทำ
แต่คุณลูกขาาาา...หารู้ไหมว่าพ่อกับแม่นั้นลำบากแค่ไหนจะใช้เงินแต่ละบาทก็ต้องคิดต้องอ่านจะซื้อรองเท้าคู่หนึ่งก็ไม่กล้าที่จะซื้อ กลัวไม่มีตังค์ส่งให้ลูก เพราะฉะนั้นคุณลูกๆ ทั้งหลายก่อนที่จะใช้เงินแบบคนรวย ก็ควรคิดพิเคราะห์สักนิด



ให้เจ้าฮักเพียรเลี้ยง สองเขือเจ้าพ่อแม่ ยามลาวแก่ชราเฒ่าให้คอยพ่ำหล่ำดู ไผสิดุขยันสร้างให้เจ้าเฮียนสูงยิ่ง แม่นเจ็บคิงเพิ่นกะอดตางสู้ซูเจ้าให้ยุ่ดี หล่าเอ้ย.....มีเวลาให้เจ้าเลี้ยงใจเค้า สองเลาให้สุขแก่น แนเด้อ กายเพิ่นเฒ่าแก่แล้ว ยังไว้แต่ใจเพิ่ง ซั่นแหล้ววว

ขอบคุณรูปภาพจาก : https://www.facebook.com/esan100percent/photos/a.374968552672536.1073741829.373837366118988/556845971151459/?type=3&permPage=1

เห็นแล้วน้ำตาจะไหล..พ่อแม่ใส่รองเท้าคนละข้างเลี้ยงลูกจนโต ลูกใส่รองเทาหรูคู่ละ 1500 แต่กับเลี้ยงพ่อกับแม่ไม่ได้

ภัยที่มาพร้อมหน้าฝน ขอเตือน!!! อย่าเก็บเห็ดที่ไม่รู้จักกิน หลังจากที่มีผู้ป่วยจากเห็ดชนิดนี้กว่า 23 ราย!!

สคร.10 อุบลฯ เตือน ระวังอันตรายจากเห็ดพิษ หรือเห็ดเมา มีลักษณะใกล้เคียงเห็ดทานได้ พบผู้ป่วยแล้วกว่า 23 ราย เมื่อทานไปแล้วจะคลื่นไส้ อาเจียน ถ่ายเหลว ถ่ายเละ ร้ายแรงที่สุดคือเสียชีวิตภายใน 1-8 วัน...

เมื่อวันที่ 29 พ.ค. 59 นพ.ศรายุธ อุตตมางคพงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จ.อุบลราชธานี (สคร.10) เปิดเผยว่า ขณะนี้หลายพื้นที่เริ่มมีฝนตก ซึ่งหลังจากฝนตกจะมีเห็ดขึ้นตามธรรมชาติ มีทั้งเห็ดที่รับประทานได้ และเห็ดพิษหรือเห็ดเมา มีลักษณะใกล้เคียงกับเห็ดที่รับประทานได้ ทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเก็บมารับประทานจนเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต ข้อมูลจากกลุ่มระบาดวิทยา สำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 จ.อุบลราชธานี กรมควบคุมโรค พบรายงานผู้ป่วยกินเห็ดพิษในเขตพื้นที่รับผิดชอบ 5 จังหวัด ได้แก่ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ ยโสธร อำนาจเจริญ และมุกดาหาร ในปี 2558 ทั้งหมด 666 ราย เสียชีวิต 7 ราย และปี 59 ตั้งแต่เดือน ม.ค.-พ.ค. พบผู้ป่วยแล้ว 23 ราย ยังไม่มีผู้เสียชีวิต และคาดว่าจำนวนผู้ป่วยจะเพิ่มมากขึ้นในฤดูฝนนี้


นพ.ศรายุธ กล่าวอีกว่า เห็ดที่มีพิษรุนแรงที่สุดและเป็นเหตุให้เสียชีวิตบ่อยที่สุด คือ เห็ดระโงกหิน หรือ เห็ดไข่ตายซาก จะมีสารพิษ 2 ชนิดคือ อะมาท็อกซินส์ และฟาโลท็อกซินส์ ทำลายระบบทางเดินอาหาร ตับ ไต สมอง ระบบเลือด ระบบหายใจ ทำให้เสียชีวิตได้ใน 4-10 ชั่วโมง สารพิษในเห็ดจะทนความร้อนได้ดี ดังนั้นถึงแม้เห็ดจะสุกแล้ว แต่ความเป็นพิษก็ยังมีสูง อาการของผู้กินเห็ดพิษที่พบส่วนใหญ่จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน อาการที่พบรองลงมาคือ ถ่ายเหลว ปวดท้อง อาการจะเกิดขึ้นหลังกินแล้วประมาณ 20 นาที ถึง 24 ชั่วโมง รายที่อาการรุนแรงจะเสียชีวิตได้ภายใน 1-8 วัน

ส่วนการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับพิษหลังรับประทานเห็ดพิษนั้น ต้องทำให้ผู้ป่วยอาเจียนเอาเศษอาหารที่อยู่ในกระเพาะอาหารออกมาให้มากที่สุด เพื่อลดการแพร่กระจายพิษ โดยให้ผู้ป่วยดื่มน้ำอุ่นผสมเกลือแกง 3 ช้อนชา แล้วล้วงคอเพื่อให้อาเจียนโดยเร็วที่สุด แต่วิธีนี้ห้ามใช้กับเด็กต่ำกว่า 5 ขวบ จากนั้นให้รีบนำส่งโรงพยาบาล พร้อมกับตัวอย่างเห็ดพิษหากยังเหลืออยู่ไปให้แพทย์ดูด้วย ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ที่มา :  thairath

ภัยที่มาพร้อมหน้าฝน ขอเตือน!!! อย่าเก็บเห็ดที่ไม่รู้จักกิน หลังจากที่มีผู้ป่วยจากเห็ดชนิดนี้กว่า 23 ราย!!

แจ่มมาก!!! เหลือเชื่อบรรเทาอาการเวลาที่ถูกแมลงต่อย ด้วยสิ่งนี้ บอกเลยว่าทำพลาดมาตลอด



วันนี้เรามีเคล็ดลับดี และสาระดีๆมาฝากกันค่ะ  ว่าเบกกิ้งโซดา สามารถเบาทรรเทาอากาศแมลงสัตวืกัดต่อยได้  มาดูกันเลย

หมักหมูนุ่ม ใส่นิดเดียวค่ะ หมักหมูก็จะนุ่ม ถ้าใส่มากเกินจะมีกลิ่นสารเคมี

ดับไฟในกะทะ?ในกรณีที่มีน้ำมันกระเด็นติดไฟนิดๆขณะทำอาหาร หรือว่าไฟติดในกะทะ อย่าเทน้ำลงไป เพราะว่าการเทน้ำลงไปบนน้ำมันที่ร้อนๆอยู่จะทำให้ไฟล ุกมากขึ้นเนื่องจากน้ำมันกระจาย ให้ใช้เบคกิ้งโซดาค่ะ แห้งๆนั่นแหละ เทลงไปตรงๆเบกกิ้งโซดาพอโดนความร้อนมันจะปล่อยคาร์บอ นไดออกไซด์ออกมาช่วยทำให้ไฟลดน้อยลงได้ค่ะ

เวลาที่ถูกแมลงต่อย?

คุณก็สามารถใช้เบกกิ้งโซดาผสมน้ำทาบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้เช่นกัน
ดับกลิ่นอับในตู้เย็น เบคกิ้งโซดาจะดูดกลิ่นอับในตู้เย็น หากคุณนำไปใช้ดูดกลิ่นในตู้เย็น ให้เปิดฝากล่องด้านบนออกให้หมด หรือเทใส่ถ้วย ทิ้งไว้ด้านในสุดของตู้แล้วคอยเปลี่ยนทุก 3 เดือน
ขจัดคราบไขมัน ที่ติดรอบท่ออ่างล้างจาน?ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานๆ จะเป็นเหตุให้ท่ออุดตันได้ มีวิธีทำคือ นำเกลือแกงใส่ลงไปในท่อ 2-3 ช้อน จากนั้นนำเบคกิ้งโซดา ไปต้มกับน้ำให้ เดือดแล้วเทลงไปไขมันที่อุดตัน ก็จะหลุดออกไปหมด



ที่มา  http://www.rak-sukapap.com/2016/06/54.html

แจ่มมาก!!! เหลือเชื่อบรรเทาอาการเวลาที่ถูกแมลงต่อย ด้วยสิ่งนี้ บอกเลยว่าทำพลาดมาตลอด

พลาดมาตั้งนาน!!! โรคเท้าเหม็น รุนแรงกว่าที่คิด มาดูวิธีแก้เท้าเหม็นกันแบบง่าย แค่นี้เอง…



วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆสำหรับคนที่กำลังมีปัญหาเท้าเหม็น  วันนี้เรามีวิธีง่ายๆมาฝากกันค่ะ  มาดูกันเลย
วิธีแก้เท้าเหม็นที่เท้ามีดังนี้

1.เอาเท้าไปแช่ในน้ำยาบ้วนปาก
วิธีนี้อาจจะมีค่าใช้จ่ายที่เอาเรื่องนิดนึงนะค่ะ  เพราะเราจะใช้น้ำยาบ้วนปากค่ะ ซึ่งราคาก็ถือว่าแพงอยู่เหมือนกัน  แต่เพื่อการต่อสู้กับกลิ่นเท้า  เราก็ต้องยอม  คือให้เราเอาน้ำยาบ้วนปากมาเทลงในกาละมังเล็กๆ พอที่เท้าทั้งสองข้างของเราใส่เข้าไปได้นั่นแหล่ะค่ะ  แล้วเอาน้ำยาบ้วนปากซัก 2-3 ฝามาผสมกับน้ำเปล่า  ผสมจนเข้ากันแล้วก็เอาเท้าของเราลงไปแช่ได้เลย  แช่ไปเรื่อยๆ ซัก 30- 60 นาที  ระหว่างนั้นคุณก็อ่านหนังสือ ดูทีวี แชตกับเพื่อนก็แล้วแต่สะดวกเลยค่ะ  สารฆ่าเชื่อแบคทีเรียที่อยู่ในน้ำยาบ้วนปาก  จะจัดการกับแบคทีเรียที่เท้าของคุณให้เอง

2.ถุงชาเก่าช่วยได้
เมื่อคุณกินน้ำชาที่ชงจากถุงเล็กๆ เสร็จแล้วอย่าทิ้ง  เพราะว่าเราจะนำมาใช้แก้กลิ่นเท้ากันค่ะ  วิธีก็ให้คุณนำถุงชาที่ใช้แล้วเนี่ย  มา 5 ถุง แล้วเอาลงแช่ลงในกาละมังน้ำอุ่น  จากนั้นให้คุณเอาเท้าลงไปแช่ซัก 10 นาทีนะค่ะ  ทำแบบนี้ประมาณ 2 ครั้งต่อสัปดาห์  กลิ่นเท้าของคุณจะหายไปค่ะ  เพราะความเป็นกรดด่างของถุงกาแฟนั้น  จะช่วยกำจัดและยับยั้งแบคทีเรียให้หมดสิ้นไปนั่นเอง
 3.เกลือกับมะนาวแก้เท้าเหม็น
วิธีนี้ให้คุณต้มน้ำให้เดือดแล้วเอาเกลือใส่ลงไป  รอจนเกลือละลายแล้วค่อยเอามาเทลงในกาละมัง  จากนั้นให้เติมน้ำเย็นลงไปให้ได้อุณหภูมิที่เหมาะสม  เพื่อไม่ให้คุณร้อนจนเกินไป  แล้วบีบน้ำมะนาวใส่ลงไปด้วย  จากนั้นคุณก็เอาเท้าลงแช่ได้เลยค่ะ  เพื่อผลลัพธ์ที่ดีให้คุณเอาแปรงมาขัดเท้าของคุณระหว่างแช่ด้วยนะค่ะ  ขัดทุกซอกเล็บให้สะอาด  ให้ทำแบบนี้สัปดาห์ละ 3 วัน  กลิ่นเท้าของคุณจะค่อยๆ หายไปค่ะ
4.ใช้สารส้มมาขัดและแช่เท้าในสารส้ม
ให้คุณหาซื้อสารส้มผงมาละลายในน้ำอุ่น  แล้วเอาเท้าลงไปแช่  ทำแบบนี้สัปดาห์ละ 3 ครั้งจะช่วยให้กลิ่นเท้าหายได้ค่ะ  หรือจะเอาสารส้มแบบเป็นก้อนเนี่ย  มาขัดเท้าของเราตอนที่เราอาบน้ำทุกวันนะค่ะ  เพียงเท่านี้ปัญหากลิ่นเท้าของคุณจะหายไปในไม่ช้าค่ะ

5.ขัดเท้าด้วยผงฟู (เบคกิ้งโซดา)
ผงฟูวัตถุดิบธรรมดาที่เราหาซื้อได้ตามร้านขายของชำทั่วไปเนี่ย  สามารถช่วยแก้ปัญหากลิ่นเท้าของคุณได้  โดยให้นำเอาผงฟูเนี่ยมาละลายกับน้ำเปล่าให้มันข้นนิดนึง  แล้วเอามาชโลมให้ทั่วเท้าของเราเลยนะค่ะ  จากนั้นหาแปรงเล็กๆ หรือแปรงสีฟันเก่าๆ เนี่ย  มาขัดทุกซอกทุกมุม ทั้งเท้าทั้งเล็บของเราจนทั่ว  ทิ้งไว้ 3-5 นาทีแล้วล้างออก  ซึ่งผงฟูจะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้เป็นอย่างดีค่ะ
6.ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเดทตอล
ให้เอาเดทตอลที่เราหาซื้อได้ทั่วไปเนี่ย  มาเทผสมกับน้ำเปล่าในกาละมัง  ซึ่งให้ใช้เดทตอลซัก 2-3 ฝาก็พอ  แล้วเอาเท้าลงไปแช่เลยนะค่ะ  ถ้าจะให้ดีก็หาแปรงมาขัดทำความสะอาดเท้าเราด้วย  ให้ทำแบบนี้ทุกวันก่อนนอน  รับรองว่าปัญหาเรื่องกลิ่นเท้าของคุณจะหมดไป

7.รักษาเท้าให้แห้งและใช้แป้งโรย
ให้ดูแลรักษาเท้าไม่ให้เปียกหรืออับ  ถ้าเท้าเปียกให้รีบหาอะไรมาเช็ดให้สะอาด  และให้คุณหาแป้งโยคี ที่หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป  มาโรยบริเวณซอกเท้าของเรา  โดยแป้งนี้ให้เราโรยก่อนใส่ถุงเท้าด้วยทุกวัน  จะช่วยขจัดกลิ่นเท้าและฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ค่ะ  เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องไปซักระยะหนึ่ง  ปัญหาเรื่องของกลิ่นเท้าจะหมดไปค่ะ


ที่มา  http://www.bigza.com/news-107767

พลาดมาตั้งนาน!!! โรคเท้าเหม็น รุนแรงกว่าที่คิด มาดูวิธีแก้เท้าเหม็นกันแบบง่าย แค่นี้เอง…

สุดยอด!! ไม่น่าเชื่อ “ใบสะระแหน่” สามารถแก้ปัญหาสิ่งนี้ได้ บอกเลยไม่น่าเชื่อ…



ภาพประกอบ   www.homenayoo.com  www.chivitchiva.com

วันนี้เรามีเคล็ดลับดีๆสำหรับใครที่มีปัญหาเท้าเหม็น  สามรถรักษาได้ดวยใบสารแหน่  มาดูกันเลย
ลดกลิ่นเท้าด้วยใบสะระแหน่

ให้คุณนำเอามาซัก 2-3 กำ  มาต้มในน้ำซัก 7 ถ้วย  เมื่อน้ำเดือดแล้วให้เอามาเทลงในกาละมัง  รอจนน้ำหายร้อนจนอุ่นๆ แล้วก็เอาเท้าลงไปแช่ซัก 30 – 60 นาที  ระหว่างนั้นก็ขัดถูทุกซอกของเท้าคุณเลยนะค่ะ  กลิ่นเท้าของคุณจะหายไปและลดอาการส้นเท้าแตกที่กวนใจคุณอยู่อีกด้วย


ที่มา http://www.bigza.com/news-107767

สุดยอด!! ไม่น่าเชื่อ “ใบสะระแหน่” สามารถแก้ปัญหาสิ่งนี้ได้ บอกเลยไม่น่าเชื่อ…

สุดทึ่ง !! มด ยุง แมลงสาบ หมดไป เมื่อใช้วิธีนี้ !!!! บ้านคุณจะปลอดภัยไปอีกนาน


“คงไม่มีใครชอบให้บ้านของตัวเองมี มด ยุง แมลงสาบหรอกนะคะ เพราะมันกวนใจเราที่สุด น่ารำคาญ และก็ขัดขวางความสุขภายในบ้านเป็นที่สุดค่ะ โดยเฉพาะเวลานั่งอยู่นิ่งๆ นั่งดูทีวี นั่งกินข้าว หรือแม้แต่นอน พอเราเห็นนี่หมดอารมณ์เลยค่ะ โดยเฉพาะยุง หรือแม้กระทั่งมด ที่ชอบมาไต่ตามห้องครัว ตามตู้กับข้าว ตามโต๊ะอาหาร หรือแมลงสาบที่วิ่งเล่นไปมาอยู่ที่บ้าน วันนี้แอดมินเลยนำวิธีแก้มาฝากค่ะ”

กำจัดมด
-ใช้อะไรที่เปรี้ยวๆ เช่น มะนาว มะกรูด บีบน้ำมะนาว ลงไปในรูหรือรังของมันได้เลย รับรองมันจะไม่ม่รบกวนอีก
-มดกลัวกรดซิตริกค่ะ และของเปรี้ยวๆ ก็จะมีกรดนี้อยู่

กำจัดยุง
-เค้าว่ากันว่ายุงกลัวเผ็ด เป็นเรื่องจริงค่ะ
-นำกระเทียมค่ะ แอดมินก็ไม่เคยใช้พริกนะคะ 555 นำกระเทียมมาโครกผสมกับน้ำ เป็นน้ำกระเทียม เสร็จแล้วนำไปตั้งในที่ๆ เหนือลมค่ะ
-รับรอง ยุง แมลงวัน หายไปจากบ้านคุณแน่ค่ะ

กำจัดแมลงสาบ
-แมลงสาบกลัวสบู่ค่ะ นี่เรื่องจริงเลย
-แอดมินลองมาแล้วค่ะ ที่ๆ มีแมลงสาปเยอะ ให้นำสบู่แบ่งเป็นก้อนๆ พรมน้ำให้ทั่วสบู่ค่ะ รับรองแมลงสาบวิ่งหนีหางจุกตูดเลยค่ะ และที่นั้นๆ ก็จะไม่มีแมลงสาบอีกต่อไป
-หรือถ้าเจอแมลงสาปตัวเป็นๆ ซึ่งๆ หน้า ก็นำน้ำสบู่ใส่ในขวดแบบฉีดค่ะ เจอมันละฉีดเลย แมลงสาบก็จะตายค่ะ (ตายต่อหน้าต่อตาเราเลยค่ะ แอบโหดดด)

Cr :  btsstation

สุดทึ่ง !! มด ยุง แมลงสาบ หมดไป เมื่อใช้วิธีนี้ !!!! บ้านคุณจะปลอดภัยไปอีกนาน

แจกฟรี !! สูตร ทำ “ขนมจีนปลานิล น้ำยากะทิลูกชิ้นปลา”



ขนมจีนปลานิลน้ำยากะทิลูกชิ้นปลา
วัตถุดิบ

-ปลานิล (ตัวขนาด 1 กิโลกรัม) 1 ตัว
-น้ำ 2 ลิตร
-หัวกะทิ 2 ถ้วย
-หางกระทิ 1 ถ้วย
-น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
-น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
-เกลือสมุทร 1 ช้อนโต๊ะ
-ใบมะกรูดฉีก 5 ใบ
-ขนมจีน 1.5 กิโลกรัม
-ผักสำหรับกินแนม เช่น ถั่วฝักยาว แตงกวา ใบแมงลัก ใบโหระพา ถั่วงอก
-หัวปลี ก้านผักบุ้งไทยซอยลวก ผักกาดดอง เป็นต้น
-เครื่องแกงน้ำยา
-พริกแห้งเม็ดใหญ่แกะเมล็ดออกหั่นท่อนเเช่น้ำพอนุ่ม 7 เม็ด
-พริกขี้หนูแห้งแช่น้ำพอนุ่ม 20 เม็ด
-ข่าแก่หั่น 1 ช้อนโต๊ะ
-ตะไคร้ซอย 3 ต้น
-ผิวมะกรูดหั่นละเอียด 1 ช้อนชา
-กระเทียมไทยแกะเปลือก 1/4 ถ้วย
-กระชายขูดเปลือกหั่น 3/4 ถ้วย
-หอมแดงหั่น 1/3 ถ้วย
-กระปิ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำขนมจีนน้ำยากะทิปลานิล
1. ขอดเกล็ดปลา ผ่าท้อง ควักเอาไว้และดีออก เคล้าเกลือพอทั่ว ล้างให้สะอาดจนหมดเมือกพักในตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ
2. ต้มน้ำในหม้อด้วยไฟแรงจนเดือดจัด ทุบตะไคร้ใบมะกรูดลงไปใส่ปลานิลลงต้มนาน 20นาที หรือจนปลาสุก ปิดไฟ ตักปลาขึ้นแกะเอาแต่เนื้อ ไม่เอาหนัง ใส่จาน พักไว้ (น้ำต้มปลาเก็บไว้)
3. ทำน้ำพริกเเกงโดยโขลกเครื่องแกงทั้งหมดเข้าด้วยกันให้ละเอียด
4. ตั้งหม้อเทน้ำมันลงไปนิดนึงเอาเครื่องแกงไปผัดกับน้ำมันให้หอมจากนั้นเทหัวกระทิลงไปเคียวให้เดือดแตกมันแล้วใส่เนื้อปลาลงไปผัดให้เข้ากันจากนั้นเทหางกระทิลงไปจากนั้นกรองน้ำต้มปลาด้วยกระชอนใส่ในหม้อพอเดือดใ่ส่ใบมะกรูดและลูกชิ้นปลาปรุงรสด้วยน้ำปลาและเกลือ น้ำตาลและผงปรุง รส ชอบเผ็ดก็ใส่พริกสดลงไปด้วย เคี่ยวสักครู่ พอเดือดอีกครั้ง ชิมรสให้เค็มนำ หวานมันกะทิ ปิดไฟค่ะ


Cr. อาหารไทยแท้ แม่ให้มา

แจกฟรี !! สูตร ทำ “ขนมจีนปลานิล น้ำยากะทิลูกชิ้นปลา”

แจกฟรี !! สูตรทำ “ไข่พะโล้” ต้นตำหรับสูตรมรดกครอบครัว คุณย่ากว่า 80 ปี หอมอร่อย



ไข่พะโล้
** ต้นตำหรับสูตรคุณย่ากว่า 80ปี
** ไม่มีเครื่องพะโล้นะคะ ย่าบอกบางที่เค้าก็เรียกว่า “หมูต้มซีอิ๊ว ” หรือ “หมูต้มเค็ม” ได้


** ย่าจะเคี่ยวด้วยเตาถ่าน รสชาติจะดีกว่า
** เครื่องปรุงสำคัญๆ รากผักชีหนักๆ กระเทียม พริกไทย โคลกรวมกัน เอามาผัดกับสามชั้น น้ำตาลปึก จนเกือบไหม้ได้สีเข้มขึ้น จะได้ น้ำพะโล้สีสวย เข้มข้นเหมือนที่เห็น
** บอกเลยว่ารสชาตินี้ตั้งแต่เด็กจนโต ไม่เคยเปลี่ยน ยิ่งอุ่นหลายๆวัน เอามาคลุกข้าวยิ่งอร่อยอะ
**เป็นมรดกเลยก็ว่าได้สูตรของครอบครัว

แจกฟรี !! สูตรทำ “ไข่พะโล้” ต้นตำหรับสูตรมรดกครอบครัว คุณย่ากว่า 80 ปี หอมอร่อย

รู้หรือไม่ “น้ำทับทิม” เป็นสมุนไพรไทย มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็ง และรักษาโรคสารพัด



สูตรน้ำสมุนไพร……..เป็นยาอายุวัฒนะรักษาได้สารพัดโรค มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็ง รักษาโรคได้ดังต่อไปนี้
– มะเร็งต่อมลูกหมาก
– มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
– มะเร็งปากมดลูก
– มะเร็งลำไส้
– มะเร็งกระเพาะอาหาร
– มะเร็งทางเดินอาหาร
– เนื้องอกตามอวัยวะต่างๆ
– โรคไต
– โรคนิ่ว
– โรคภูมิแพ้ ไซนัส
– โรคหลอดเลือดหัวใจ
นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยสิ่งต่างๆดังนี้
– ล้างฟอกไตให้สะอาด บำรุงไต
– ล้างพิษออกจากลำไส้
– ยับยั้งกระดูกผุ ลดภาวะกระดูกพรุน
– บำรุงโลหิต
– ลดน้ำตาลในโรคเบาหวาน
– ปรับระดับฮอร์โมนให้สมดุลย์ในหญิงวัยทอง
– ฟื้นฟู ตับ ไต และหัวใจ
สูตรการทำน้ำทับทิม
1. นำผลทับทิมสด (ผลห้ามปอกเปลือกหรือเอาเมล็ดออก ให้นำไปล้างน้ำแล้วใช้ทั้งผล) มาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆแล้วนำไปใส่เครื่องปั่น หรือเครื่องคั้นน้ำผลไม้แยกกากก็ได้ ให้ได้น้ำคั้นจากเปลือก เมล็ด และเนื้อทับทิม (ใช้ทับทิม 1 ลูก ต่อ 1 ท่าน)
2. ใส่น้ำโซดาลงไป (ควรเป็นโซดาแช่เย็น) เพื่อให้เกิดปฏิกริยาในการกลั่นยาให้ได้ผลดี (โซดาประมาณ 1 แก้วต่อทับทิม 1 ผล)
3. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของยา ให้ใส่น้ำผึ้ง 2 ช้อนชา (ต่อทับทิม 1 ผล)
4. ผสมทุกอย่างให้เข้าก่อน ทำดื่มวันละ 3 เวลา หรืออย่างน้อยวันละ 1-2 ครั้ง (วันละ 3 ครั้งจะเห็นผลเร็วมาก)
ประสบการณ์จากผู้ที่ใช้สูตรยานี้
– ผู้ป่วยท่านหนึ่งหายจากโรคนิ่วในไตภายในเวลา 1 สัปดาห์
– ผู้ป่วยท่านหนึ่ง อาการมะเร็งต่อมน้ำเหลืองดีขึ้น 50% ภายใน 1 สัปดาห์
– ผู้ป่วยท่านหนึ่ง อาการมะเร็งต่อมลูกหมากดีขึ้น 50% ภายใน 4 วัน
– ผู้ป่วยท่านหนึ่ง ยกเลิกการผ่าตัดบายพาส หลังกินยาสูตรนี้ไปเพียง 2-3 สัปดาห์
– ผู้ป่วยท่านหนึ่ง หายจากโรคไซนัสเรื้อรังหลังกินยาสูตรนี้ไปเพียง 2 สัปดาห์
– ผู้ป่วยท่านหนึ่ง อาการมะเร็งปากมดลูกหายไปกว่า 80% ภายใน 10 วัน
– ผู้ป่วยท่านหนึ่ง อาการปวดขาเรื้อรังหายขาดภายใน 7 วัน

รู้หรือไม่ “น้ำทับทิม” เป็นสมุนไพรไทย มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็ง และรักษาโรคสารพัด

สูตร “ทำความสะอาดหลอดเลือด” ด้วย “เครื่องดื่มช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ”



สูตรทางธรรมชาตินี้ จะสามารถช่วยในการลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีในร่างกายของเราได้ อีกทั้งยังสามารถทำความสะอาดเส้นเลือดของเราได้อีกด้วย

ส่วนผสม

น้ำมะนาว 1 ถ้วย
น้ำขิง 1 ถ้วย
น้ำหัวหอม 1 ถ้วย
น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิ้ล (apple cider vinegar) 1 ถ้วย

วิธีทำ
นำส่วนผสมทั้ง 4 อย่างมาเทเข้าด้วยกันแล้วนำไปอุ่นโดยใช้ไฟไม่ต้องแรงมาก ใช้เวลาประมาณ 30 นาที หากจำนวนน้ำระเหยไปแล้วเหลือประมาณ 3 ถ้วย ให้ดับไฟแล้วปล่อยให้เย็นลง
หลังจากที่มันเย็นลงแล้ว ใส่น้ำผึ้งลงไป 3 ถ้วย และคนให้เข้ากัน โดยน้ำผึ้งจะช่วยให้รสชาติและสารอาหารในนั้นดีขึ้น เสร็จแล้วเทไว้ในขวดแก้ว
รับประทานสิ่งนี้ 1 ช้อนโต๊ะ ก่อนมื้อเช้าทุกวัน มันจะเข้าไปทำความสะอาดในหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี ซึ่งป้องกันคุณจากปัญหาเกี่ยวกับหัวใจได้อีกด้วย

ขอบคุณสาระดี ๆ จาก rak-sukapap

สูตร “ทำความสะอาดหลอดเลือด” ด้วย “เครื่องดื่มช่วยป้องกันปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ”